ร้านเวทมนตร์ในใจคุณ Into the magic shop ตอนที่ 1: 4 เวทมนตร์ที่เปลี่ยนชีวิตของ “จิม”

 17 พ.ย. 2564 15:32 น.    เข้าชม 572    Managing Yourself
ร้านเวทมนตร์ในใจคุณ Into the magic shop ตอนที่ 1: 4 เวทมนตร์ที่เปลี่ยนชีวิตของ “จิม”

ความปลื้มปิติ และ น้ำตาคลอที่ปริ่มออกจากดวงตาของผม

คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผมอ่านหนังสือ Into the Magic Shop

เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ

 

เป็นหนังสือเล่มแรกในรอบหลายเดือน

ที่สามารถเรียกหยาดน้ำตาของจากดวงตา

ของชายที่อายุอานาม 56 ปี ที่มีฉายาว่า

“Strategic Man”

 

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดย นายแพทย์ เจมส์ อาร์ โดตี

และแปลเป็นไทย โดย นายแพทย์นที สาครยุทธเดช

 

ทำไมหนังสือเล่มนี้ จึงทำให้ผมหลั่งน้ำตาได้

 

หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของ นายแพทย์ โดตี

ประสาทศัลยแพทย์ ผู้ก่อตั้งศูนย์เพื่อวิจัย

และการศึกษาด้านความเมตตา และความเห็นแก่ผู้อื่น

ที่องค์ดาไลลามะเป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนเงินทุน

 

เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ เริ่มต้นจากเรื่องราวของ

นายแพทย์ โดตี ตั้งแต่วัยเด็ก ที่เกิดในครอบครัวที่ยากจน

พ่อเป็นคนติดเหล้า และก่อปัญหาต่างๆ ในชีวิตมากมาย

แม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่มีอาการซึมเศร้า จากการที่

ต้องทะเลาเบาะแว้งกับสามี ที่เป็นชายที่ติดเหล้า

 

“จิม” คือ ชื่อเล่นของ นายแพทย์โดตี

ในวัยเด็ก “จิม” รู้สึกไม่มีความสุข และมีปมด้อยในใจ

มากมายหลายหลายปม สืบเนื่องจาก

สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ของครอบครัว

 

แต่แล้วชีวิตของจิม ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

เมื่อ “จิม” เด็กชายวัย 12 ปี

ได้รู้จักกับ “รูธ” หญิงชราที่สอนให้เขารู้จักกับ

“กลวิเศษ” หรือ “เวทมนตร์” ที่อยู่ในตัวเขา

และในตัวของคนทุกคนในโลกนี้ รวมถึงตัวท่านด้วย

 

เวทมนตร์นี้ ก็คือ กระบวนการในการ

เชื่อมโยงหัวใจกับสมองให้ทำงานร่วมกัน

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ในชีวิตของเรา

ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ไม่ว่าสถานการณ์

นั้น จะเป็นสถานที่ดีสุดๆ หรือ สถานการณ์

ที่เลวร้ายสุดๆ

 

เวทมนตร์นี้ มีด้วยกัน 4 เวทมนตร์ นั่นคือ

หนึ่ง การผ่อนคลายร่างกาย

สอง การจัดการเสียงในหัว

สาม การเปิดหัวใจ

สี่ จินตนาการอย่างชัดเจนสุดๆ

ถึงสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต

 

เวทมนตร์ที่หนึ่ง, สอง และ สาม

เป็นเวทมนตร์ที่ไม่ยาก ไม่ง่าย

แต่ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน

 

เวทมนตร์ที่ยากที่สุด และใช้เวลามากที่สุด

คือ การเปิดหัวใจ

แบบว่า ชีวิตต้องผ่านประสบการณ์ทั้งความสำเร็จ

ความผิดหวัง และ ความเจ็บปวด

เพื่อให้เข้าใจว่า ที่แท้จริงแล้ว

อะไรคือ สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในชีวิต

 

“จิม” ใช้เวลาเพียงหกสัปดาห์ในการเรียนรู้

และฝึกฝนเวทมนตร์ที่ 1, 2 และ 4

แต่เขาใช้เวลาเกือบ 50 ปี ในเวทมนตร์ “เปิดหัวใจ”

 

มาถึงตอนนี้ ท่านคงอยากรู้แล้วใช่ไหมว่า

อะไรคือ รายละเอียดของเวทมนตร์ทั้งสี่

 

มาเริ่มที่เวทมนตร์ที่หนึ่งกันก่อน

 

เวทมนตร์ที่หนึ่ง การผ่อนคลายร่างกาย

ด้วยการกำหนดลมหายใจ หรือ Focus

ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรา “นิ่ง”

 

ในชีวิตของคนทุกคนในโลกนี้

จะต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต

ทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่ไม่ดี

 

แต่เคล็ดลับที่จะทำให้เราผ่านพ้น

เรื่องราวเหล่านี้ไปได้ และมีชีวิตได้อย่างมีความสุข

ก็คือ เรามีพฤติกรรมในการตอบสนองต่อ

อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก

เหตุการณ์ หรือ เรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร

 

การที่เราตอบสนองเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี

เราจะต้องมี “ความนิ่ง”

 

เราจะสร้างความนิ่ง ได้ด้วยการใช้ “สติ”

และ “ลมหายใจ” หรือ อะไรก็แล้วแต่

ที่ทำให้เรามี “สมาธิ”

 

“สติ” จะทำให้เราเท่าทันอารมณ์ความรู้สึก

ที่มีผลต่อปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกาย

 

เช่นเวลาโกรธจัด ความดันโลหิตจะสูง

หน้าของเราจะแดง

 

เมื่อเราเท่าทันมัน ให้เราสร้างความผ่อนคลาย

ให้กับร่างกาย ด้วยการกำหนดลมหายใจ

หรือ Focus กับสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ที่ทำให้

ร่างกายเราผ่อนคลาย หรือ “นิ่ง”

ที่พร้อมรับมือกับ

สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น

 

เวทมนตร์ที่สอง การจัดการกับเสียงในหัว

(Little Voice)

 

นายแพทย์ โดตี หรือ “จิม” บอกไว้ในหนังสือ

ของเขาว่า ใน “หัว” หรือ “สมอง” ของเรา

เปรียบได้กับสถานีวิทยุที่มี “ดีเจ” จัดรายการต่างๆ

อยู่ตลอดเวลา และแน่นอนมีคนฟังด้วย

ซึ่งคนฟังนั้น ก็คือเรานั่นเอง

 

เจ้า “ดีเจ” นี้ มีอิทธิพลต่อเรามาก

เรามักจะมีพฤติกรรมโน้มเอียงไปตาม

เสียงของเจ้า “ดีเจ” นี้

 

ที่ไม่ค่อยจะแนะนำอะไรดีๆ กับเรานัก

 

หรือพูดง่ายๆ ว่า “เรา” คือ “จิตสำนึก”

และ “ดีเจ” คือ “จิตใต้สำนึก” ของเรานั่นเอง

 

ภายใต้สถานการณ์ หรือ เหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต

เจ้า “ดีเจ” จะส่งเสียงน้อยๆ กระซิบเราว่า

“นายทำแบบนี้ซิ” หรือ “นายทำแบบนั้นซิ”

หรือ “นายทำไม่ได้หรอก”

 

“รูธ” ผู้สอน “จิม” ให้รู้จัก “กลวิเศษ”

หรือ “เวทมนตร์” ในใจ บอกกับ “จิม” ว่า

เธอ ต้องแสดงให้เจ้า “ดีเจ” หรือ “จิตใต้สำนึก”

รู้ว่า เธอ คือ “เจ้านาย” ของ “มัน”

และบอกมันว่า เจ้าควรจะพูด

เมื่อข้าต้องการให้พูด

และ ข้าหากข้าไม่ต้องการ

ขอให้เจ้า “หุบปากซะ”

 

ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ

เวลาเราคุยกับตนเองอย่างไร

 

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะพูดคุยกับ เจ้า “ดีเจ”

ไปในทิศทางที่เกื้อกูลต่อชีวิตของเรา

แน่นอน ชีวิตของเรา หรือ ของท่าน

ย่อมจะต้องดีแน่นอน

 

ด้วยสาเหตุนี้เอง “รูท”

จึงบอกกับ “จิม” ว่า

เวทมนตร์ที่สอง ก็คือ

“การจัดการเสียงในหัว”

หรือ “Little Voice”

 

ก่อนจะไปเวทมนตร์ต่อไป

ผมมีคำถามมาถามทุกท่าน 1 คำถาม

 

คำถาม ก็คือ เวลาท่านเจอกับ

สถานการณ์ที่ดีสุดๆ ในชีวิต

หรือ สถานการณ์ที่แย่สุดๆ ในชีวิต

ท่านมีความ “นิ่ง” แค่ไหน

 

ทำไมผมจึงถามคำถามนี้ กับ ท่าน

สาเหตุที่ผมถามคือ การที่ท่านรู้ว่าท่าน

“นิ่ง” หรือ “ไม่นิ่ง”

อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

ในชีวิตของท่านเลยครับ

เวทมนตร์ที่สาม เปิดหัวใจ

 

นายแพทย์ โดตี หรือ “จิม” กล่าวว่า

เวทมนตร์ที่สาม หรือ การ “เปิดหัวใจ”

เป็นเวทมนตร์ ที่เขา ซึ่งในตอนนั้น

อายุเพียง 12 ปี

ไม่มีความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

และก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรในเรื่องการ

“เปิดหัวใจ”

 

“รูธ” หญิงชราที่สอนเวทมนตร์แก่ “จิม”

บอกว่า เวทมนตร์ “เปิดหัวใจ”

เป็นเวทมนตร์ที่สำคัญที่สุด

เพราะเป็นเวทมนตร์

ที่จะทำให้พบกับความสุข

และความสำเร็จที่แท้จริงของชีวิต

 

หากไม่เรียนรู้ และ “เปิดหัวใจ” ให้ได้เสียก่อน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากเวทมนตร์นี้

อาจจะไม่ทำให้ “ชีวิต” มีความสุขที่แท้จริงได้

 

“รูธ” ตอกย้ำคำพูดประโยคนี้ กับ “จิม”

“สิ่งเธอคิดว่าดีที่สุดสำหรับเธอ อาจจะไม่

ใช่สิ่งที่เธอต้องการอย่างแท้จริง”

 

เวทมนตร์ที่ 3 หรือ “การเปิดหัวใจ”

ถือว่าเป็น Highlight ของหนังสือเล่มนี้

เลยทีเดียว

 

ดังนั้นผมจะไม่เล่าเรื่องราว

ของเวทมนตร์ที่ 3 หรือ การเปิดหัวใจ

โดยจะขอไปเล่าในตอนจบครับ

 

ข้ามไปเล่าใน เวทมนตร์ที่ 4 กัน เลย

 

เวทมนตร์ที่สี่ จินตนาการอย่างชัดเจนสุดๆ

ถึงสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นชีวิต

 

“รูธ” สอน “จิม” ว่า

หากต้องการให้สิ่งใดๆ เกิดขึ้นในชีวิต

ให้จินตนาการถึงสิ่งนั้น

 

จินตนาการอย่างไร

 

คือแบบว่า จินตนาการให้เห็น

ถึงเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

ดุจดั่งเราเขาไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

 

ต่อจากนั้นให้จินตนาการแบบนี้ซ้ำๆ

 

สิ่งที่จินตนาการอย่างชัดเจน

จะเกิดขึ้นอย่างแน่นนอน

แต่อาจจะเกิด หรือ ไม่เกิดในแบบที่เราคาดการณ์ไว้

หรือ เกิดตามวิถีทางที่มันควรจะเป็น

ก็เป็นได้ แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน

และที่สำคัญสุดต้องมี

“ลงมือทำ” เพื่อให้จินตนาการ

นั้นเป็นจริง

 

“รูธ” ให้ “จิม” ในวัย 12 ปี

เขียนสิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต

ลงในกระดาษ

 

ซึ่ง “จิม” ได้เขียนสิ่งที่เขาต้องการไว้

ทั้งหมด 10 อย่าง ดังนี้

 

หนึ่ง ไม่โดนไล่ออกจากบ้าน เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเงินค่าเช่าบ้านให้เจ้าของบ้าน

สอง ไปเที่ยวกับคริส ที่เป็นเด็กสาวที่เขาแอบปิ๊ง

สาม ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

สี่ ได้เป็นหมอ

ห้า มีเงินหนึ่งล้านดอลล่าร์

หก มีนาฬิกาโรเล็กซ์

เจ็ด มีรถปอร์เช่

แปด มีคฤหาสน์หรู

เก้า มีเกาะส่วนตัว

สิบ ความสำเร็จ

 

เวลาผ่านไป

เวทมนตร์ทั้ง 4 เวทมนตร์ ช่วยให้ “จิม”

 

ไม่โดนไล่ออกจากบ้าน เนื่องจากพ่อเขา

สามารถหาเงินจำนวนหนึ่งมาจัดการเรื่องบ้านได้

 

เรื่องไปเที่ยวกับคริส ไม่แน่ใจว่า “จิม” ได้ไปหรือเปล่า

เพราะเขาไม่ได้พูดถึงในหนังสือ

 

เขาได้เรียนในมหาวิทยาลัย แบบเหลือเชื่อ

 

เขาได้เข้าโรงเรียนแพทย์ ได้อย่างอัศจรรย์

 

เขามีเงินเป็นร้อยล้านดอลล่าร์

จากอาชีพประสาทศัลยแพทย์​

และการลงทุน ทางธุรกิจ

 

เขามีนาฬิกาโรเล็กซ์

 

เขามีรถปอร์เช่ และ รถยี่ห้อดังๆ อีกหลายคัน

 

เขามีคฤหาสน์หรู

 

เขาซื้อเกาะส่วนตัว

 

และ เขาประสบความสำเร็จต่างๆ มากมาย

 

แต่ท่านรู้ไหมว่า ในที่สุดแล้ว ความสำเร็จต่างๆ

ข้างต้น ไม่ได้ทำให้เขามีความสุข

เขาหย่ากับภรรยา ไม่มีเวลาอยู่กับลูกสาว

เขาโดดเดี่ยว และรู้สึกว่าชีวิตขาด

อะไรบางอย่าง

 

และทุกสิ่งที่อย่างที่เขามี ก็สูญสลายไปในพริบตา

จากการล่มสลายของธุรกิจในยุคดอดคอม

 

“จิม” พลาดอะไร

 

ใช่ครับ “จิม” พลาด เพราะ “จิม”

ข้าม หรือ ไม่ให้ความสำคัญกับ

เวทมนตร์ที่ 3 หรือ การเปิดหัวใจ

นั่นคือ การเชื่อมโยงสมองกับหัวใจ

ที่ “รูธ” ย้ำนักย้ำหนา ว่าห้ามข้าม

เวทมนตร์นี้ โดยเด็ดขาด

 

การเชื่อมโยงสมอง กับหัวใจ คืออะไร โปรดติตตามตอนที่ 2

“ความมหัศจรรย์ของชีวิตจะปรากฏเมื่อท่านเปิดหัวใจให้เชื่อมโยงกับสมอง”

 

หากท่านคิดว่าเป็นประโยชน์ กรุณา Share

ไปให้เพื่อนๆ ของท่านด้วยครับ 

 

 


Comment