7 กฎจิตวิญญาณ แห่ง ความสำเร็จ (The Seven Spiritual Laws of Success)

 10 พ.ค. 2563 21:48 น.    เข้าชม 3842    Managing Yourself
7 กฎจิตวิญญาณ แห่ง ความสำเร็จ (The Seven Spiritual Laws of Success)

ผมมีโอกาสได้ไปอ่านบทความๆ หนึ่ง ที่นำเรื่องราวในหนังสือเรื่อง “The Seven Spiritual Laws of Success” ซึ่งผมแปลเป็นไทยว่า “7 กฎจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ” ซึ่งผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ เป็นคุณหมอชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงระดับโลก คุณหมอท่านนี้ คือ คุณหมอ Deepak Chopra และเป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Times ให้ เป็นหนึ่งในร้อยบุคคลของโลกที่ควรจะระลึกถึงในทศวรรษนี้

คุณหมอ Deepak Chopra ได้นำเสนอ 7 กฎจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ ...เอาล่ะผมขอเริ่มเลยครับ

กฎข้อที่ 1 การฝึกจิตเพื่อให้เข้าสู่ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (The Law of Pure Potentiality)

ในกฎข้อ 1 นี้ เป็นกฎที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการมีสติที่เข้มแข็ง มั่นคั่ง โดยการมี “สติ” นี้ถือเป็นรากฐานการใช้ชีวิตให้มีความสุข และ ประสบผลสำเร็จ หรือ หากจะเปรียบกับบ้าน ก็คือ สติเปรียบได้ดั่งบ้านต้องมีฐานรากที่แข็งแรงนั่นเอง บ้านที่มีฐานรากที่แข็งแรงก็จะทานทนต่อแรงกระแทก ทั้งหลายทั้งปวง

คนๆ หนี่งจะต้องฝึกสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทำหน้าที่ Sensor อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ และเท่าทันต่อสิ่งเหล่านั้น การเท่าทันจะทำให้สามารถบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น เพื่อให้ชีวิตอยู่ใน Zone บวก ให้มากที่สุด

กฎข้อที่ 2 การฝึกจิตเพื่อให้เห็นความสำคัญของการให้ (The Law of Giving)

เราทุกคนคงเคยชินกับคำว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” และผมเชื่อว่าหลายๆ คน น่าจะมีความรู้สึกขัดแย้งกับคำกล่าวนี้ ความขัดแย้งนี่ก็คือ “หากเราให้ไปแล้ว มันจะได้กลับมาได้อย่างไร”

นี่คือ เคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่ ในการไปสู่ความสุข และความสำเร็จในชีวิต....เคล็ดลับก็คือ การให้ จะทำให้จิตใต้สำนึกของเราเต็มไปด้วยความรู้สึกบวกๆ ความรู้สึกดีๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ) จิตใต้สำนึกที่เต็มไปด้วยเรื่องบวกๆ จะสื่อสารกับสมองให้มองหาแต่สิ่งบวกๆ สิ่งดีๆ ดังนั้นจึงทำให้เรามีโอกาสได้รับสิ่งบวกๆ สิ่งดีๆ มากยิ่งขึ้น

นี่คือ เคล็ดลับง่ายๆ แต่ยิ่งใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจ และมักไม่เคยสังเกตถึงการดำรงอยู่ของมัน

กฎข้อที่ 3 การฝึกจิตเพื่อให้เข้าใจถึงกฎแห่งกรรม (The Law of “Karma” or Cause and Effect)

ทุกผลลัพธ์ในโลกนี้ ล้วนเกิดมาจากต้นเหตุ แต่คนส่วนใหญ่มักจะถูกความรู้สึก หรือ อารมณ์ลบๆ นำพาชีวิตไปสู่ผลลัพธ์ลบๆ โดยลืม หรือ ไม่ตระหนักถึง ทุกผลลัพธ์ ย่อมเกิดขึ้นมาจาก ต้นเหตุ

ดังนั้น การเตือนตนเอง บอกตนเอง หรือ โปรแกรมจิตใต้สำนึกตนเองอยู่ตลอดเวลา ถึง ความจริงเหล่านั้น ก็จะทำให้คนๆ หนี่ง ลดโอกาสในการพาตนเองไปสู่เรื่องร้ายๆ เรื่องลบๆ ในชีวิต ซึ่งในทางตรงกันข้าม คือ เป็นการเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ หรือ พบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต เนื่องจาก ไม่ทำต้วเป็น “ต้นเหตุ” ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์แย่ๆ ในชีวิต

กฎข้อที่ 4 การใช้ความเพียรน้อยที่สุด (The Law of Least Effort)

กฎข้อนี้ ดูเผินๆ ก็ขัดความรู้สึกเช่นเดียวกัน...เพราะหากจะไปสู่ความสำเร็จมันต้องเพียรพยายามแบบสุดๆ ซิ หากใช้ความเพียรน้อยที่สุด แล้วมันจะไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมของมนุษย์เรานั้น มากกว่า 90% นั่นเป็นผลมาจากชุดความคิด หรือ ชุดคำสั่งที่ถูกส่งมาจากจิตใต้สำนึก ส่วนพฤติกรรมที่เหลือประมาณ 10% เป็นพฤติกรรมที่ดำเนินไปด้วยจิตสำนึก

ดังนั้นหากเราต้องการใช้ประโยชน์จากจิตใต้สำนึก ที่ทำงานในแบบอัตโนมัติ คือ เราสามารถทำมันด้วยความสบายใจ และไม่ฝืน นั่นก็คือ ต้องทำให้สิ่งที่เรารัก หรือ ทำในสิ่งที่เป็นต้วเรา นั่นเอง

การทำที่ใช้ความเพียรน้อยที่สุด ก็คือ การทำในสิ่งที่เรารัก ที่เรามักทำโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปใช้ความเพียรมากมายแต่อย่างใด...คือ ทำแบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย นั่นเอง

กฎข้อที่ 5 การตั้งใจและอธิษฐานจิตเพื่อสานฝันให้เป็นจริง (The Law of Intention and Desire)

การตั้งจิตอธิษฐานที่จะสานฝันให้เป็นจริงนั้นจะช่วยให้เราสามารถนำพลังชีวิตและพลังจิตออกมาใช้ประโยชน์ได้ เมื่อ มีเป้าหมายแล้วให้เรามุ่งมั่นและเอาใจใส่ตลอดเวลาจนกว่าสิ่งที่เราวาดฝันไว้ จะเป็นจริง แม้ว่าเราจะเจออุปสรรคต่าง ๆ ในระหว่างทางบ้าง พลังแห่งการตั้งจิตอธิษฐานนั้นจะช่วยให้เรามีความมุ่งมั่นและไม่ล้มเลิกไป เสียกลางครัน

กฎข้อที่ 6 การลงมือกระทำอย่างสุดความสามารถโดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น (The Law of Detachment)

กฎข้อนี้ฟังดูแล้ว รู้สึกว่ามันขัดแย้งจากความเป็นจริง กล่าวคือ หากไม่สนผลลัพธ์ แล้วมันจะไปสู่ผลลัพธ์ได้อย่างไร

ดังนั้นการเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย หรือ ผลลัพธ์สุดท้าย นั่น อาจจะซอยเป้าหมายเป็นเป้าหมายย่อยๆ ต่อจากนั้นค่อยๆ Focus เป้าหมายย่อยๆ ไปที่ละเป้าหมาย เพราะถ้าเราเฝ้าถามตนเองว่าจะบรรลุเป้าหมายสุดท้ายเมื่อไหร่ เราจะเครียด และอาจจะหมดกำลังใจไปเสียก่อน

หากทำได้แบบนี้ เราจะไม่เครียดมากเกินไป แต่เราก็สามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายได้เหมือนกัน แต่ไม่เคร่งเครียดเกินไป

กฎข้อที่ 7 เราเกิดมาทำไมบนโลกใบนี้ (The Law of “Dharma” or Purpose in Life)

กฎข้อ 7 นี่ เป็นกฎที่สำคัญยิ่งแบบสุดๆ นั่น คือ คนเราต้องรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร หากเรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เราจะใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

การค้นหาคำตอบของ คำถาม “เราเกิดมาทำไมบนโลกใบนี้” ก็คือ การค้นหาความรู้สึกภายในตัวเรา ว่าความรุ้สึกอะไรที่ทำให้เรามีความสุข สิ่งใดที่เราทำแล้วเรารู้สึกมีความสุขจากการทำสิ่งนั้น...เจ้าความรู้สึกเหล่านี้ นี่แหละที่จะเป็นคำตอบว่า “เราเกิดมาทำไมบนโลกใบนี้”

นี่คือ 7 กฎจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ ที่หากท่านเข้าใจ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ชีวิตท่านก็จะมีแต่ความสุข และความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


Comment