คุณใช้ชีวิต ยากเกินไป หรือเปล่านะ

 28 ต.ค. 2564 15:32 น.    เข้าชม 471    Managing Yourself
คุณใช้ชีวิต ยากเกินไป หรือเปล่านะ

คุณใช้ชีวิต ยากเกินไป หรือเปล่านะ

คำถามข้างต้น เป็นคำถาม ที่ผม ถามทุกท่าน

ที่กำลังอ่านรีวิวนี้

 

ทำไมผมจึงถามท่านเช่นนี้

 

สาเหตุที่ผมถามแบบนี้ ก็เพราะว่า

ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ Best Seller เล่มหนึ่ง

ที่มีชื่อว่า “นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไป หรือ เปล่านะ”

 

จริงๆ แล้วหนังสือเล่มนี้ เป็นการ “บ่น”

ของชายชาวเกาหลีวัยกลางคน อายุ 40 เศษๆ

ที่มีชื่อ “ฮาวัน” (ชื่อผู้เขียน)

 

ฮาวันรู้สึกว่า

ทำไมเขาต้องใช้ชีวิตที่สุดแสนจะยากลำบาก

เพียงเพราะว่า ต้องพยายามไขว่คว้า

สิ่งที่ต้องมี สิ่งทีต้องเป็น ตามมาตรฐานของคนเกาหลี

เขาพบว่า ชีวิตเขาก็มีความสุขได้

โดยไม่จำเป็นหรอก (เฟ้ย)

ที่ต้องเป็น หรือ ต้องมีอะไรๆ

ตามมาตรฐานที่สังคม หรือ ที่คนรุ่นเก่าๆ กำหนด

 

การมีความสุขในชีวิตของคนเรานั้น

ขอให้ค้นพบจุดสมดุลในแบบของตนเอง

แล้วใช้ชีวิตตามแนวทางที่เป็นตัวของตนเอง

ชีวิตก็มีความสุขสุดๆ (เฟ้ย)

 

หากคุณรู้สึกไม่มีความสุขกับเส้นทางชีวิตในปัจจุบัน

คุณก็ควรจะถามตนเองว่า

 

อะไรคือเส้นทางที่เหมาะกับตัวคุณ

 

คุณเอาเส้นทางชีวิตของคนอื่นมา

เป็นเส้นทางของตนเองหรือไม่

 

คุณเคยให้โอกาสตนเองในการทดลอง

ค้นหาเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวคุณหรือเปล่า

 

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ ที่มีความหนาเกือบ

300 หน้า เพื่อถอดรหัสการ “บ่น” ของฮาวัน

และผมพบว่าการ “บ่น” ของ ฮาวัน

มันเป็นการ “บ่น” ที่ไม่ธรรมดาจริง

 

ที่ไม่ธรรมดา ก็คือ

ผมรู้สึกว่า “ฮาวัน” กำลังโค้ชชิ่งผมอยู่

ด้วยข้อคิด คำถามที่แฝงอยู่ในการ “บ่น” ของเขา

 

เอาล่ะ มาดูการว่าการ “บ่น” ที่ไม่ธรรมดา

ของชายวัยกลางคนอายุอานาม 40 เศษๆ

ชาวเกาหลีผู้นี้ ว่ามีอะไรบ้าง

 

ผม StrategicMan ของรับรองว่า

ท่านจะได้ประโยชน์จากการ

“บ่น” ที่ไม่ธรรมดาของ “ฮาวัน”

ในแบบที่ท่านต้องตะลึงเลยทีเดียว

 

“ฮาวัน” บ่นแบบไม่ธรรมดา

ใน 4 ประเด็นคำถาม

 

ประเด็นแรก  “คุณจะขยันหมั่นเพียรไปเพื่ออะไร????”

ประเด็นที่สอง “คุณตามใจตัวเองบ้างไหม????”

ประเด็นที่สาม “ความหมายของการทำมาหากินของคุณคืออะไร????”

และประเด็นที่สี่ “ชีวิตคุณเกือบแย่บ้างไหม????”

และประเด็นคำถามสุดท้าย “คุณจะทำอย่างไรเมื่อรู้สึกว่าชีวิตมีแต่เรื่องยาก”

 

เริ่มที่ประเด็นแรก “คุณจะขยันหมั่นเพียรไปเพื่ออะไร????”

 

“ฮาวัน” ตั้งคำถามว่า “คุณมีความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ

และ กล้าที่จะยอมแพ้เมื่อถึงเวลาที่ควรยอมแพ้หรือไม่”

 

ในบางครั้งความเพียรพยายาม ก็ไม่ได้มอบผลลัพธ์

อย่างที่เราคาดหวัง แต่โอ้แม่เจ้า บางครั้งไม่ต้อง

เพียรพยายามอะไรมากมาย แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดีเลิศ

 

“ฮาวัน” พยายามบอกว่า ไม่เสียหายที่จะพยายาม

แต่ต้องรู้จักปล่อยว่าง เพราะว่าบางครั้ง หรือ ส่วนใหญ่

ของความพยายาม อาจจะไม่ให้ผลลัพธ์ตามที่เราคาดหวัง

 

หากเรารู้จัก “ปล่อยว่าง” เราจะไม่ “ทุกข์ใจ” มากเกินไป

กับธรรมชาติของโลกที่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่อาจจะไม่เป็นไป

ตามที่เราคาดหวัง ดังนั้นคุณไม่ควรที่จะคาดหวังอะไร

มากเกินไป แค่ทำให้ดีที่สุดเป็นพอ

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรปล่อยตามที่มันควรจะเป็น

 

ความคาดหวังของคนส่วนใหญ่ในโลกนี้

มักจะถูกกำหนดโดยคนอื่นๆ แต่ไม่ใช่

ความคาดหวังที่เกิดจากความต้องการ

ที่แท้จริงตนเอง ที่เกิดจากความรู้สึกภายในของเรา

ดังนั้นจะให้ทำได้ดีแค่ไหน ก็ไม่รู้สึกถูกเติมเต็ม

 

เมื่อคุณมีหนทางของคุณเอง คุณก็จะสามารถ

กำหนดทางเลือกในการไปสู่ผลลัพธ์

ได้หลากหลาย โดยทดลองทำก่อน

ทางเลือกไหนไม่ Work ก็หยุด

ทางเลือกไหนที่ใช่ ก็เดินหน้าต่อ

 

อะไรคือหนทางที่คุณจะเลือก

คุณจะเลือกเริ่มต้นด้วยรวย แล้วจึงมีความสุข

หรือ คุณจะเลือกเริ่มต้นจากความสุข

แล้วจึงมองหาความรวย

 

“ฮาวัน” จบประเด็นคำถามแรก ด้วยแนวคิด

“ชีวิตคือปริศนา”

 

ปริศนา คือ อะไร ปริศนาก็คือ ความสนุก

สรุปสั้นๆ ก็คือ ต้องใช้ชีวิตให้สนุกนั่นเอง

 

คือแบบว่า การทายปริศนานั้น

บางทีเราก็ทายถูก บางทีเราก็ทายผิด

แต่ส่วนใหญ่มักทายผิด

 

หากคุณคิดได้แบบนี้ ชีวิตจะมีความสุข

ขึ้นเยอะเลยนะ (เฟ้ย)

มาต่อที่ประเด็นที่สอง “คุณตามใจตัวเองบ้างไหม”

 

เวลาคุณมองเด็กที่กำลังเล่น คุณจะเห็น

อย่างชัดเจนว่า เด็กมีความสุข

พฤติกรรมของเด็กเกิดขึ้นจากหัวใจ

 

แต่พอคุณโตขึ้น คุณจะเริ่มเล่นน้อยลง

แต่กลับจริงจัง ใช้เหตุผลมากเกินไป และซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป

พูดง่ายๆ คุณกำลังกดธรรมชาติของความเป็นเด็ก ไว้ในตัว

และใช้เหตุผลมากำหนดพฤติกรรมของตนเอง

แทนการใช้หัวใจ หรือ การใช้ความรู้สึก

 

ดังนั้นในบางครั้งคุณก็ควรปลดปล่อยความเป็นเด็ก

ให้เอามาเล่นสนุกบ้าง ชีวิตจะไม่ได้เครียดเกินไป

หรือใช้หัวใจมานำพาชีวิตบ้างก็ดีนะ (เฟ้ย)

 

ในบางครั้งชีวิตต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลง

เราจะกลัวการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะเรามัว

แต่คิดว่าเราจะเสียอะไรจากการเปลี่ยนแปลง

จนทำให้เราลืมมองไปว่าการเปลี่ยนแปลง

มันมีอะไรดีๆ มากมาย

 

คุณจะเสียอิสรภาพทางเวลาเพื่อแลกกับเงิน ด้วยการทำงานงกๆ

หรือ จะใช้ผลลัพธ์แลกกับเงิน แต่มีอิสรภาพทางเวลา

 

คุณให้เวลากับการ “ไม่ทำอะไรเลย”

เพื่อชาร์จแบตเตอร์รี่ให้ชีวิตคุณหรือไม่

หรือ คุณหมกหมุ่นกับการทำงานซะจน

เกิดสภาวะ “หมดไฟในการทำงาน”

 

บางครั้งคุณต้อง “ไม่ทำอะไรเลย” บ้างนะ (เฟ้ย)

เพื่อชาร์จแบตเตอร์รี่พลังชีวิต

 

การ “ไม่ทำอะไรเลย” คือการใช้เวลา

กับปัจจุบัน โดยหยุดคิดถึงเรื่อง “อดีต”

กับเรื่อง “อนาคต”

 

หากคุณให้ความสุขเป็นตัวนำ

ความรวยจะตามมา เพราะความรวย

ที่ใช้ความสุขเป็นตัวนำ ไม่ได้ขึ้นอยู่

กับจำนวนเงินมากๆ แต่ขึ้นอยู่กับ

จำนวนเงินที่เพียงพอที่จะทำให้

มีความสุข (ซึ่งไม่จำเป็นต้องมากก็ได้)

 

 

คุณควรเรียนรู้จากความผิดพลาดอดีต

เพื่อไม่ทำอะไรผิดซ้ำๆ ซากๆ

 

ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมชาติ

เป็นเรื่องปกติ เพราะมันคือ

บทเรียนที่จะทำให้เราเดินหน้าต่อ

 

อย่ากลัวความล้มเหลว และ

จงกล้าเป็นผู้แพ้อย่างทระนง

 

บางครั้งก็ลืมเรื่องอายุของตนเองไปบ้างก็ดี

เพราะหากไม่ลืมไปบ้าง เราจะสร้างข้อจำกัด

ให้กับตนเอง เช่น ฉันแก่แล้ว ไม่ควรทำเรื่องนี้ เป็นต้น

 

ไม่ผิดหรอก ที่ทำให้อะไรแล้วต้องมีแผนรองรับ

แต่บางทีอะไรๆ มันก็อาจไม่เป็นไปตามแผนก็ได้

บางทีการไม่ซีเรียสกับแผนมากเกินไป

ชีวิตก็ตื่นเต้นดีนะ

 

แน่นอนล่ะ เราต้องทำให้ตัวเราดูดี

แต่อย่าลืม ทำให้เรามีจิตใจที่ดีด้วย

 

คุณมีความฝันได้ และมีได้มากมาย หลายความฝัน

แต่ความฝันคุณจะไม่มีค่าเลย หากคุณเอาแต่ฝัน

หากคุณต้องการให้ความฝันของคุณมีคุณค่า

ต้องลงมือทำให้ความฝันเป็นจริง

อย่ามัวแต่กลัวความล้มเหลว

จนวันๆ เอาแต่ฝันกลางวัน

 

ประเด็นที่สาม “ความหมายของการทำมาหากินของคุณคืออะไร????”

 

ใช่ มันคืออะไรล่ะ คุณตอบตนเองได้ไหม

 

งานอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกสนุก มีความหมาย

และหัวใจเต้นแรง

 

ขอโทษ หากคุณเฝ้าแต่ถาม

ชาติหน้าตอนบ่ายๆ คุณก็ยังไม่ได้คำตอบ

 

วิธีการตอบคำถามนี้ ก็คือ

คุณต้องตอบคำถาม ด้วยการลงมือทำ

อะไรสักอย่าง แต่ถามว่า

มันใช่สำหรับตัวคุณหรือไม่

 

บางคนโชคดี ค้นได้เร็ว

แต่บางคนใช้เวลานาน

 

บางคนไม่ได้ค้นหา

แต่งานนั้นเข้ามาหาคนๆ นั้นโดยบังเอิญ

(โคตรโชคดีเลย)

 

อย่ากลัวการลาออกจากงานที่คุณไม่ชอบ

เพราะยังไง คุณก็ต้องลาออก หรือ เกษียณในวันใดวันหนึ่ง

เพราะฉะนั้นกล้าๆ หน่อย หากต้องการ

จะไปทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่

 

คุณต้องเท่าทันความรู้สึกของตนเอง

การที่คุณเท่าทันมัน จะทำให้คุณสามารถ

ปรับชีวิตของคุณให้ “สมดุล” ได้

หากคุณไม่เท่าทัน คุณจะมีชีวิต

แบบ “เสียศูนย์” โดยคุณไม่รู้ตัว

 

งาน คือ อะไร ในความหมายของ “ฮาวัน”

นี่คือ สมการงาน ของ “ฮาวัน”

งาน =  กิจกรรมที่สร้างผลลัพธ์อะไรสักอย่างหนึ่ง + ความสุข

 

พูดง่ายๆ ในสไตล์ “ฮาวัน” คือ ทำอะไรต้องมีความสุข

หากทำอะไรแล้วไม่มีความสุข เราก็จะทำแบบฝืนๆ

หากฝืนจนง่ายจบ ก็โชคดีไป

แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะล้มเลิกไปกลางคันเสียก่อน

ก็มันไม่มีความสุขในการทำงานไง (เฟ้ย)

 

รายได้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะคุณต้องกินต้องใช้

แต่หากสามารถสร้าง Passive Income ได้

ก็จะดีเลิศประเสริฐศรีเลย เพราะจะได้

ทำอะไรต่อมิอะไรที่เราต้องการ

ในเวลาไหนก็ได้ไง (อิสรภาพทางเวลา)

 

การทำอะไรตามหัวใจตนเองนั้น

อาจจะประสบความสำเร็จ

หรือ อาจล้มเหลวก็ได้ ยากที่คาดเดา

แต่ที่แน่ๆ เราก็ไม่ต้องโทษคนอื่นๆ

ต่อผลลัพธ์เหล่านี้

 

ความอยากได้ อยากมี เป็นเรื่องธรรมชาติ

แต่ต้องรู้จักบริหารจัดการความรู้สึกเหล่านี้

เพราะถ้ายอมแพ้ต่อมัน ชีวิตอาจจะพังได้

 

“ฮาวัน” กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้

เขาเลือกที่จะมีชีวิตที่ปลอดหนี้

 

ถ้าเป็นไปได้ ก็ทำตัวเป็นคนเร่ร่อนบางก็ดี

เพราะทุกวันนี้ อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล

ดังนั้นจึงทำให้โลกปัจจุบันมันเป็นสวรรค์

สำหรับคนที่ต้องการอิสระทางเวลา

และอิสระทางการเงิน

(แล้วคุณล่ะเลือกแบบไหน)

 

และประเด็นที่สี่ “ชีวิตคุณเกือบแย่บ้างไหม????”

ความสุข และ ความทุกข์ ของคนเรา

เกิดจากความคาดหวัง

 

ถ้าความความหวังสูง แล้วไม่เป็นดั่งหวัง

ชีวิตก็โคตรทุกข์

 

ถ้าไม่คาดหวังมากเกินไป แต่ผลลัพธ์ออกมาดี

ก็โคตรมีความสุข

 

ดังนั้น คนเราจึงต้องรู้จักการ “บริหารความคาดหวัง”

ชีวิตเราควรเดินอยู่ในสายกลาง

คือไม่สุขเกินไป หรือ ทุกข์เกินไป

 

บางครั้งที่คุณรู้สึกแย่เพราะความผิดหวัง

ก็เนื่องจากไป Focus กับความผิดหวังมากเกินไป

แทนจะถามตนเองว่า นอกจากความผิดหวังแล้ว

มีสิ่งดีๆ อะไรที่เกิดจากการกระทำนั้นบ้าง

(ซึ่งจะจริงๆ แล้ว ทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ

ด้านดี และ ด้านไม่ดี แต่คนเรามักลืม

มองด้านดี)

 

หากเราเปลี่ยนจุด Focus มาที่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น

ความทุกข์จะน้อยลง หรือ หายไปเลย

 

การทำอะไรให้ทุกคนพึงพอใจนั้น

เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ดังนั้นจงเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่

แล้ว Focus ในกลุ่มเป้าหมายนี้

 

อ่ะ แล้วกลุ่มอื่นๆ ละ

ก็ปล่อยเขาไปตามทางของเขาซิ (เฟ้ย)

 

ชีวิตของคนทุกคนมีความน่าสนใจเสมอ

หากคุณมองหาความน่าสนใจนั้น

โดยไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับ

เรื่องของคนๆ อื่น

คือพูดง่าย จงเป็นตัวของตัวเอง

อย่าพยายามทำตัวเองให้เป็นคนอื่น

ที่ไม่ใช่ตัวเรา

 

คนเราต้องเข้าใจตนเอง

ยอมรับตัวตนของตนเอง

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

พยายามมองหาข้อดีหรือสิ่งที่ตนเองมี

อย่าเสียเวลากับกังวลสิ่งที่ตนเองไม่มี

หากทำได้แบบนี้ ชีวิตคุณจะมีความสุข

แบบโคตรๆ เลย (เฟ้ย)

 

เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณจะเห็นชีวิตชัดเจนขึ้น

เพราะใจเย็นมากขึ้น มีสติมากขึ้น

 

ชีวิตนี้ไม่มีอะไร Perfect

ได้อย่าง ก็ต้อง เสียอย่าง

เสียอะไรบ้างอย่าง ก็จะได้อะไรบางอย่าง

นี่คือ สัจธรรมของชีวิต

 

ดังนั้นเวลาเสียอะไรไป ให้บอกตัวคุณเองว่า

คุณได้อะไร นอกเหนือจากสิ่งที่เสียไป

หรือ ให้ทำใจยอมรับว่า หากได้อะไรบางอย่างมา

ก็ต้องเสียอะไรบางอย่างไป

คิดแบบนี้ได้ จะทำให้คุณมีความสุข

มากกว่าความทุกข์

 

“ฮาวัน” ปิดท้ายในบทนี้ว่า

เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ

หนังสือที่เขาชอบอ่าน เป็นหนังสือ

ที่ทำให้เขา “เข้าใจ” ตนเอง

เพราะเขามองว่าหากเขา “ไม่เข้าใจตนเอง”

ก็ยากที่จะพัฒนาตนเองให้ถูกทิศถูกทางได้

แต่ถ้า “เข้าใจ” ตนเอง เขาจะพัฒนาตนเอง

ได้ตรงประเด็น และไม่ต้องเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ใช่

 

และประเด็นคำถามสุดท้าย “คุณจะทำอย่างไรเมื่อรู้สึกว่าชีวิตมีแต่เรื่องยาก”

 

“ฮาวัน” บอกว่า การที่เรา

รู้สึกว่าชีวิตมีแต่เรื่องยาก

น่าจะเป็นเพราะว่า เราให้ความสำคัญ

กับผลลัพธ์มากเกินไป จนลืมใส่ใจ

กับกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น

 

ดังนั้นเมื่อตั้งเป้าหมายของผลลัพธ์แล้ว

ลืมๆ มันไปก่อน แล้วให้มา Focus

ที่กระบวนการ แล้วสนุกกับกระบวนการ

ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น

 

หากทำได้แบบนี้ ความยากจะกลายเป็นความง่าย

ชีวิตก็จะสุข มากกว่าทุกข์

 

คล้ายๆ กับว่า เวลาเราเดินทางไปที่ไหน

ที่เราไม่เคยไป เราจะเอาแต่ถามว่า

เมื่อไหร่จะถึงซักที เมื่อไรจะถึงซักที

ยิ่งถามก็ยิ่งเครียด ยิ่งถามก็จะรู้สึกเซ็ง

นี่เป็นเพราะเรา Focus ที่ผลลัพธ์ หรือ

ที่หมายที่ต้องไปให้ถึงมากเกินไป นั่นเอง

 

แต่ถ้าระหว่างที่เราเดินทาง

เราเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทาง

เราจะไม่รู้เครียด หรือ รู้สึกเซ็ง

เผลอแปปเดียว ถึงเป้าหมายแล้ว

 

แน่นอนเราถึงจุดที่เราต้องการไปเหมือนกัน

แต่ความรู้สึกแตกต่างกันแบบคนละขั้วเลย

 

โปรดอย่าลืม ว่า “ชีวิตคือปริศนา”

และ งาน มีค่าเท่ากับ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ บวก ความสนุก

 

และนี่คือ บทความรีวิวหนังสือ “นี่เราใช้ชีวิต ยากเกินไปหรือเปล่านะ”

.

หากท่านคิดว่าเป็นประโยชน์ รบกวน  Share

ไปให้เพื่อนๆ ของท่านด้วยครับ


Comment