6 สิ่งที่ Micheal Lim เรียนรู้ เมื่อเขาต้องเข้าไปนั่งในห้องเดียวกับเหล่ามหาเศรษฐี

 07 ธ.ค. 2566 22:48 น.    เข้าชม 183    Entrepreneurship
6 สิ่งที่ Micheal Lim เรียนรู้ เมื่อเขาต้องเข้าไปนั่งในห้องเดียวกับเหล่ามหาเศรษฐี

มีบ้างที่เราต้องไปต้องไปใช้เวลา

อยู่กับใครเป็นชั่วโมง หรือ หลายชั่วโมง

และหากใครนั้น เป็นเหล่ามหาเศรษฐี

เราก็จะเรียนรู้ทั้งสิ่งดี และ สิ่งไม่ดี

จากสิ่งที่เขาแสดงออกมา

 

วันนี้ ผมจะมีเรื่องราว จาก บทความเรื่อง  

I Was Trapped In A Room Full Of Business Millionaires.

Here’s What I Learned.

ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า ​Micheal Lim

Blogger หนุ่มชื่อดัง ใน เว็บไซด์ Medium.com

 

Lim มีโอกาสไปอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วย นักธุรกิจ ระดับมหาเศรษฐี

และนี่คือ 6 สิ่งที่เขาเรียนรู้จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น

 

สิ่งแรก คือ เงินไม่ได้ทำให้ใครเป็นคนดี

เมื่อมองไปที่ผู้คนที่ประสบความสำเร็จ

เราจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จของพวกเขา

แต่มหาเศรษฐีส่วนใหญ่ในห้อง ที่ Lim ได้มีโอกาสไปสัมผัส

คนพวกนี้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากต้องไปอยู่ใกล้ๆ

เนื่องจาก ความสำเร็จที่เขาได้รับทำให้เขาทะนงตน หยิ่งผยอง อีโก้

 

ดังนั้น Lim จึงมองว่า เงินไม่ได้ทำให้คนเป็นคนดี หรือ คนชั่ว

คนจะดี หรือ ชั่ว มันเกิดจากจิตใจภายใน

หรือ สันดานของแต่ละคนนั่นเอง ไม่เกี่ยวกับเงิน

 

เงินเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา

หรือ เครื่องมือทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือ แย่ลง

ขึ้นอยู่กับว่า เราใช้มันอย่างไร

 

สิ่งที่สอง คือ ความสำเร็จของพวกเขา เกิดจากการมีโอกาส

เศรษฐีบางคน มักมาจากครอบครัวที่มีฐานะดีอยู่ก่อนแล้ว

บางคนเป็นหลานนายกรัฐมนตรี ไม่เคยลำบาก

แบบว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด

คือแบบว่า โอกาสดี มาตั้งแต่เกิด

 

บางคนไม่ได้เกิดมารวย แต่รู้จักมองหาโอกาส

แล้วขยายผลจากโอกาสเหล่านั้น

 

สรุปแล้วก็คือ ทุกคนมีโอกาส มากน้อยแตกต่างกันไป

แต่ความแตกต่างก็คือ จะใช้โอกาสนั้นอย่างไร

ให้เกื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งของตนเอง

 

สิ่งที่สาม คือ Know how นั้นดี แต่ Know Who เจ๋งกว่า

เหล่าเศรษฐีส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เป็นคนที่เก่งกาจเรื่อง Know How มากนัก

แต่สิ่งที่เขาชำนาญ หรือ know Who หรือ การรู้จักคน

หรือ การมีเครือข่ายสายสัมพันธ์ หรือ คอนเนกชั่น

know who เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นเศรษฐี

และหากยิ่งมี Know how ด้วย ก็จะสุดยอดไปเลย

 

ถ้าคุณมีแผนธุรกิจที่สุดยอด กลยุทธ์ที่สุดเยี่ยม แต่ถ้า

คุณไม่รู้จักใครเลย แผนธุรกิจที่สุดยอด กลยุทธ์ที่สุดเยี่ยม

อาจจะมีค่าเท่ากับศูนย์ ก็อาจจะเป็นได้

 

สิ่งที่สี่ คือ พวกเขารวยจากธุรกิจที่น่าเบื่อ

ในขณะที่เรากำลังเห่อ และคลั่งไคล้ กับโลกยุคดิจิทัล

หรือ AI ปัญญาประดิษฐ์ หรือ สุดยอดนวัตกรรมสุดล้ำ

 

แต่เหล่าเศรษฐี ที่ Lim ต้องไปคลุกคลีอยู่ด้วย

กลับรวยจากธุรกิจแบบเดิมๆ

ธุรกิจที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน

 

สิ่งที่ Lim ต้องการบอก ก็คือ การเห่อสิ่งใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งดี

แต่ไม่ควรลืมสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่มีอยู่เดิม ก็น่าจะดี

 

สิ่งที่ห้า คือ เงินไม่ได้เปลี่ยนคน แต่เงินเปิดเผยคน

Lim บอกว่า จริงๆ แล้ว เงินไม่ได้เปลี่ยนคน

แต่เงิน จะเปิดเผยว่า จริงๆ แล้ว คนๆ นั้น เป็นคนอย่างไร

เปิดเผยอะไร รึ ก็เปิดเผยวิธีการใช้เงินไงล่ะ

 

คนที่ไม่มีวินัยทางการเงิน พอมีเงิน

ก็จะสะท้อนการใช้เงินแบบไร้วินัย

คนที่ใจกว้าง พอมีเงิน ก็จะใช้เงินแบบคนใจกว้าง

สรุปแล้ว เงินเปรียบได้เหมือนเครื่องสะท้อนนิสัยของผู้คน

 

สิ่งที่หก คือ ต้องการเป็นเศรษฐี ต้องทำธุรกิจ

เหล่าเศรษฐีล้วนแล้วแต่ร่ำรวยจากการทำธุรกิจ

Warren buffet กล่าวไว้ว่า

“It’s not about how hard you row, but the type of boat you’re in.”

ไม่ว่าคุณจะขยัน หรือ ทำงานหนักแค่ไหน

แต่ถ้าคุณอยู่ผิดที่ผิดทาง คุณก็ยากที่จะรวย

หรือ ขงจื้อ บอกว่า “อยู่ผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย”

นั่นคือ หากอยากจะรวยก็ต้องทำธุรกิจนั่นเอง

ไปทำอย่างอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจ ก็ไม่น่าจะรวย

 

Lim บอกว่า เขาไม่ต้องการเป็นเศรษฐี

แบบที่เขาได้สัมผัสในห้องนั้น

Lim ไม่ได้ปฏิเสธ ความร่ำรวย

แต่สิ่งที่เขาเห็นจากเหล่าเศรษฐีในห้องนั้น ก็คือ

เศรษฐีเหล่านี้ สุขภาพไม่ดี น้ำหนักเกิน

ดื่มเหล้าจัด และที่สำคัญ

มีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับครอบครัว และคนรอบข้าง

 

คล้ายๆ กับว่า Lim ต้องการบอกว่า

เขาต้องการเป็นเศรษฐีที่มีความสุข

มากกว่าเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยเรื่องเงิน

แต่ชีวิตในมิติอื่น ย่ำแย่

 

คุณล่ะครับ ต้องการเป็นเศรษฐีแบบไหน

 

 

 

 


Comment